ดนตรีนั้น บางครั้งก็ทำให้หัวใจของผู้คนเจ็บปวดรวดร้าว—แต่บางครั้งก็ก้องกังวานอย่างงดงาม กลายเป็นแสงอรุณที่ส่องสว่างโลกใบนี้
ผมเริ่มแต่งเพลงตอนอายุ 18 ปี ช่วงเวลาที่บทแห่งวัยเยาว์เริ่มต้นขึ้น ดอกไม้แห่งรอยยิ้มเบ่งบานเต็มที่ และบาดแผลที่ไม่อาจลบล้างได้ก็ค่อย ๆ สะสมลงบนหน้ากระดาษทีละหนึ่งสอง ผู้คนรอบข้างต่างพยายามดับแสงไฟที่เรียกว่าความฝันของผมอย่างเร่งรีบ
เสียงที่ไร้ประโยชน์และไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเหล่านั้น เช่น ‘นักแต่งเพลงมีโอกาสประสบความสำเร็จต่ำ’ หรือ ‘อาชีพไร้สาระแบบนั้นจะหาเงินได้จริงหรือเปล่า’—เป็นคำพูดที่ฟังดูเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี
แต่มีเพียงคุณเท่านั้นที่โอบอุ้มทำนองที่ไม่ได้เรื่องของผมไว้ด้วยความรัก แม้ว่าจะเป็นโน้ตเพลงที่วาดออกมาอย่างไม่ประณีต หรือเป็นเพลงที่ไม่มีชื่อก็ตาม
ผมชอบเวลาที่คุณฟังเพลงของผมแล้วแต่งเนื้อร้องให้ มันให้ความรู้สึกเหมือนการเติมสีสันลงบนภาพสเก็ตช์ที่พร่ามัว
ผมชอบการได้นั่งเคียงข้างคุณ หันหลังให้พระอาทิตย์ตกดิน และฟังเพลงที่แต่งเสร็จแล้ว พูดง่าย ๆ คือ ทำนองที่ชื่อว่าคุณยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผมตลอดเวลา
ไม่ใช่เพราะเป็นคนอื่น แต่เป็นเพราะเป็นคุณ ผมจึงรักมาโดยตลอด จนถึงตอนนี้


