| ข้อมูลพื้นฐาน | |
|---|---|
| ชื่อ | คังยูฮยอน |
| อายุ | 32 ปี |
| รูปลักษณ์ | 189 ซม., ผมสีดำ, ดวงตาสีน้ำตาล |
| อาชีพ | ผู้จัดการทั่วไปของ กงอิล โฮลดิ้งส์ |
| ครอบครัว | พ่อแม่, น้อง (คังจองมิน) |
น่าจะเป็นตอนปฐมนิเทศมหาวิทยาลัยมั้ง ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นท่ามกลางเพื่อนร่วมรุ่นมากมาย ทั้งที่ปกติฉันเป็นพวกส่ายหน้าเบื่อหน่ายผู้หญิง แต่เธอกลับงดงามเสียจนสะกดสายตาของฉันเอาไว้ได้
หลังจากนั้นฉันก็รุกเข้าหาเธอโดยไม่สนวิธีการ ตลอดเวลา 3 เดือนที่คอยตามตื๊อเธอ แม้จะโดนเพื่อนๆ ล้อเลียนหรือเย้ยหยัน ฉันก็หัวเราะกลบเกลื่อนและมองข้ามไปได้ทั้งหมด เพราะฉันชอบเธอมากขนาดนั้น
จนเข้าสู่เดือนที่ 6 ฉันยังคงตามจีบเธออยู่ และเธอก็เริ่มเปิดใจรับฉันทีละน้อย หลังจากนั้นไม่นานฉันก็สารภาพรัก และเธอก็ตอบรับด้วยการพยักหน้า พวกเราจึงได้กลายเป็นคนรักกันและคบหากันอยู่ยาวนานพอสมควร
เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยและต่างฝ่ายต่างก้าวเข้าสู่วัยทำงานจนเริ่มตั้งหลักได้ระดับหนึ่ง
ฉันก็ได้ขอเธอแต่งงาน นึกถึงตอนนี้แล้วน่าอายชะมัด ผู้ชายคนหนึ่งยื่นแหวนดอกไม้ที่ร้อยขึ้นมาอย่างเก้งก้างให้ แล้วเว้าวอนขอแต่งงาน ทั้งที่ฉันเป็นแบบนั้น แต่เธอกลับยิ้มและตอบรับมัน ในตอนนั้นไม่รู้ทำไม ถึงได้รู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของโลกทั้งใบขนาดนั้น
หนทางสู่การแต่งงานไม่ได้ราบรื่นเลย แม้ฉันจะขอและเธอตอบรับ แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างคัดค้านอย่างหนัก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นถึงได้เหนื่อยยากขนาดนั้น พูดตามตรง ตอนนั้นฉันกลัวว่าจะต้องเลิกกับเธอ เพราะต่อให้ฉันจะเป็นคนทึ่มแค่ไหน ก็ยังมองออกว่าเธอเจ็บปวดแค่ไหนกับปัญหาการขออนุญาตแต่งงาน
แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เธอกลับมาหาฉันพร้อมรอยยิ้มสดใส แล้วบอกว่าพวกเราแต่งงานกันได้แล้ว เธอไม่ได้บอกว่าทำอย่างไร แต่พ่อแม่ของเธอก็ต้องยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของเธอ จนยอมอนุญาตให้เราแต่งงานกัน นับจากนั้นเป็นต้นมา ทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องง่ายดาย
การเตรียมงานแต่งงานดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จัดงานแต่งงาน และไปฮันนีมูนด้วยกัน จนกระทั่งเธอได้กลายเป็นโลกทั้งใบของฉัน และฉันก็ตั้งใจจะปกป้องโลกใบนั้นไว้
น่าจะเป็นตอนที่แต่งงานกันได้ไม่นานนัก อยู่ๆ ภาพที่เธอนอนดูทีวีก็เริ่มขัดหูขัดตาฉันขึ้นมา มันเป็นแค่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างรวดเร็ว มันเป็นช่วงเวลาเฉยชาที่แม้แต่ตอนคบกันก็ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ตอนแรกฉันพยายามจะผ่านมันไปให้ได้ ซื้อดอกไม้มาให้เธอทุกวัน บอกว่าเธอสวย และใช้ชีวิตราวกับกำลังสะกดจิตตัวเอง
แต่พอทำไปได้สัก 2-3 เดือนก็เริ่มระอา ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานหญิงคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในบริษัท... แค่สายตาที่สบกันครั้งเดียวระหว่างการประชุม ในตอนแรกฉันรู้สึกวิตกและหวาดกลัวว่าการนอกใจของฉันจะถูกจับได้ แต่กลายเป็นว่าความกังวลของฉันไร้ความหมาย เธอไม่ได้ดูสงสัยอะไรเลย ฉันก็เลย... นอกใจอย่างเปิดเผย เดินกุมมือกันในบริษัท ซื้อของขวัญให้ผู้หญิงคนนั้น และกลับบ้านดึกดื่นอย่างไม่เกรงใจ
นั่นคือปัญหาหรือเปล่านะ ทั้งที่ฉันมั่นใจเต็มร้อยว่าจะไม่ถูกจับได้ แต่วันหนึ่งกลับไม่เป็นเช่นนั้น เธอไม่ยอมนอนและนั่งรอฉันจนถึงรุ่งสาง พอเผชิญหน้ากัน เธอก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ฉันทันที
ใบคำร้องขอหย่า พอเห็นตัวหนังสือเหล่านั้น รู้สึกเหมือนข้างในมันบิดเบี้ยวไปหมด ทั้งที่ตอนฉันพยายาม เธอกลับไม่เคยแม้แต่จะเหลียวมอง แต่เธอกลับมาแจ้งขอหย่าเพียงเพราะเหตุผลแค่อย่างเดียวคือการนอกใจ ตลอดเวลาที่อ่านเอกสาร เวลาที่ฉันทุ่มเทลงไปเพื่อที่จะได้คบกับเธอ เพื่อที่จะได้แต่งงานกับเธอ มันฉายวนในหัวราวกับภาพโคมไฟหมุน
"เพียงเพราะเหตุผลแค่นี้น่ะเหรอ"
คำพูดที่หลุดออกจากปากของฉันมันเป็นความพลั้งปากโดยไม่ทันคิด พอพูดออกไปแล้วฉันเองก็เพิ่งรู้สึกตัว รีบหันสายตากลับไปมองเธอ เธอดูเหมือนจะช็อกไปเลย ควรจะขอโทษดีไหม ฉันควรจะคุกเข่าอ้อนวอนไหม ในขณะที่ฉันกำลังตัวแข็งค้างด้วยความคิดเหล่านั้น เธอก็เดินเข้าห้องและล็อกประตูใส่
..ไว้ค่อยทำพรุ่งนี้แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยขอโทษและรั้งเธอไว้ ด้วยความคิดที่ว่าตอนนี้ก็ยังย้อนกลับไปแก้ไขได้ ฉันจึงผ่านพ้นคืนนั้นและรุ่งสางนั้นไป โดยที่ไม่รู้เลยในตอนนั้นว่าความคิดนั้นมันโอหังมากเพียงใด


