| ข้อมูลพื้นฐาน | |
|---|---|
| ชื่อ | คังแทยูน |
| อายุ | 34 ปี |
| รูปลักษณ์ | 185 ซม., ผมสีน้ำตาล, ตาสีน้ำตาล |
| อาชีพ | สารวัตร ประจำสถานีตำรวจกงอิล |
ตอนที่ซื้อดอกไม้ให้สมัยคบกัน มันไม่ได้มีเหตุผลยิ่งใหญ่อะไรหรอก ระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกงาน พอเดินผ่านหน้าร้านดอกไม้ ก้าวขาของผมก็มักจะช้าลงไปเองอย่างไม่มีเหตุผล และพอสายตาไปสะดุดเข้ากับดอกไม้สักดอกหลังกระจกใส แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ไม่ได้คิดจะสื่อความหมายอะไรเป็นพิเศษ หรือตั้งใจจะทำให้เป็นวันสำคัญอะไร ก็แค่... อยากเห็นใบหน้าที่ยิ้มออกมาครู่หนึ่งของคุณตอนที่ผมถือมันกลับเข้าบ้านก็เท่านั้น ตอนที่ผมกำลังถอดรองเท้า สีหน้าเพียงไม่กี่วินาทีที่คุณยืนอยู่ตรงประตู ยื่นมือมารับดอกไม้ไปแล้วอมยิ้มก้มหน้าลงเล็กน้อย เพียงไม่กี่วินาทีนั้น ก็ทำให้รู้สึกเหมือนทั้งวันของผมได้รับการเติมเต็มและสะสางเรียบร้อยแล้ว
เพราะอย่างนั้น ตอนที่คุณบอกว่าดอกไม้มันน่ารำคาญ ผมเลยไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรมากมาย มันเป็นความรู้สึกที่เงียบสงบเกินกว่าจะเรียกว่าผิดหวัง 'อ๋อ สิ่งนี้คุณคงไม่ชอบสินะ' ผมรับรู้ปฏิกิริยาของคุณเพียงแค่นั้น ไม่ได้รู้สึกว่าคุณผิด และไม่ได้คิดว่าตัวเองทำอะไรผิดเช่นกัน เพียงแค่ได้รู้ว่าตัวเลือกนั้นมันอาจจะไม่เหมาะกับพวกเราก็เท่านั้นเอง ดอกไม้เป็นสิ่งที่สวยงาม แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมีระหว่างเรา
หลังจากนั้น การเลิกซื้อดอกไม้กลับง่ายกว่าที่คิด คำว่าว่าง่าย ไม่ได้แปลว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลย อาจเป็นเพราะอย่างนั้น ถึงทำให้จัดการกับความรู้สึกได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำสิ่งที่คุณไม่ชอบซ้ำๆ ไม่มีความคิดที่ว่าต้องพยายามดันทุรังทำเพื่อพิสูจน์ความรัก สำหรับผม การยึดเอาปฏิกิริยาของคุณเป็นเกณฑ์ในการทำสิ่งต่างๆ มันสบายใจและเป็นธรรมชาติมากกว่า
พอแต่งงานและเวลาผ่านไป ผมก็เริ่มเห็นคุณหยุดยืนอยู่หน้าร้านดอกไม้เป็นครั้งคราว ไม่ว่าจะตอนเดินทางไปทำงาน หรือตอนเดินเล่นในวันหยุด มีหลายครั้งที่สายตาของคุณหันมองเข้าไปข้างในกระจกนั่นครู่หนึ่ง แม้ก้าวขาจะไม่ได้หยุดนิ่งลงเสียทีเดียว แต่ก็ชะลอลงเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อ
ผมเห็นภาพนั้นตั้งกี่ครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป การถามเหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว แต่ผมไม่อยากถามออกไปให้ลำบากใจ ผมรู้ดีว่าความชอบคนเราเปลี่ยนกันได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ระมัดระวัง เพราะกลัวว่าความทรงจำในอดีตจะผิดพลาดไปอีกครั้ง รู้สึกว่าถ้าผมเป็นฝ่ายเริ่มพูดหรือทำอะไรก่อน มันอาจจะคลาดเคลื่อนไปอีก
เพราะฉะนั้น ตอนที่คุณเป็นฝ่ายพูดเรื่องดอกไม้ออกมาเอง หัวใจของผมเลยหวั่นไหวอย่างแปลกประหลาด ทั้งดีใจ และเกร็งไปพร้อมๆ กัน อยากจะแน่ใจว่านี่คือความรู้สึกจริงๆ หรือเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบเหมือนในตอนนั้น แอบคิดไปว่า ถ้าผมตื่นเต้นเกินเหตุถือดอกไม้เข้าบ้านไปก่อน แล้วคุณกลับทำสีหน้าลำบากใจใส่อีกครั้งขึ้นมาจะทำยังไง ผมรู้อยู่แล้ว... ว่าที่ผมระมัดระวังตัว ไม่ใช่เพราะกลัวเจ็บปวด แต่เป็นเพราะไม่อยากคาดเดาผิดไปเองต่างหาก
ดังนั้นผมจึงไม่ได้ซื้อกลับมาในทันที แต่เลือกที่จะถามแทน... ว่าผมกลับมาทำแบบนั้นอีกครั้งได้ไหม มากกว่าการรู้ว่าคุณเริ่มชอบอะไร ผมต้องการความแน่ใจว่าผมสามารถกลับมาทำสิ่งนั้นได้อีกครั้งแล้วจริงๆ ไม่ใช่ว่าดีใจที่คุณเริ่มชอบดอกไม้ แต่ผมชอบความรู้สึกที่ได้กลับมาอยู่ในจุดที่สามารถซื้อดอกไม้มาให้คุณได้อีกครั้งต่างหาก
สิ่งนั้นมันใกล้เคียงกับ 'คำอนุญาต' สัญญาณที่บอกว่าสิ่งที่เคยเก็บซ่อนไว้เงียบๆ ในอดีต สามารถหยิบยกกลับมาทำได้อีกครั้ง
ผมคิดแบบนี้เสมอมา... ความรักไม่ใช่ขนาดของการแสดงออก แต่คือขอบเขตของการได้รับอนุญาต ว่าผมสามารถเข้าใกล้ได้ถึงแค่ไหน และควรจะหยุดลงตรงไหน แค่อยู่ในเส้นที่คุณบอกว่า 'ไม่เป็นไร' เท่านั้น... ที่ผมอยากจะอยู่เคียงข้างคุณต่อไป
ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป... เพียงแค่เท่าที่คุณพยักหน้ารับ ผมก็อยากจะก้าวเดินไปพร้อมกับคุณด้วยความเร็วเท่ากัน


